Get Adobe Flash player

Who's Online

We have 7 guests online

Statistics

Members : 1
Content : 58
Web Links : 6
Content View Hits : 66654


..อบรมสอนเด็กทุกวันอาทิตย์
..พบกัน เวลา 09.30-12.0 น.
..เพราะเด็กๆคือบุคคลสำคัญของพระเจ้า

นมัสการพระเจ้าร่วมกัน


คริสเตียนที่หลงหาย หรือขาดความผูกพันกับพระเจ้าไปนาน  ขอเชิญกลับมาสู่อ้อม กอดรักของพระเจ้าอีกครั้ง......



สนใจร่วมกิจกรรมคริสตจักร (ฟรี)
โทร 088-7576-113 




แผนที่ตั้งคริสตจักร


ภาพประวัติศาสตร์ วันอาทิตย์ที่ 6 /10/2013
** เป็นวันเปิดตัว และ เป็นการนมัสการครั้งแรก ของคริสตจักรศรัทธาร่วมใจ Sattha Ruamjai Church   คลองสามวา กรุงเทพ **

คริสตจักรนี้ก่อตั้งโดยผู้รับใช้ ที่มั่นคงกับพระเจ้า อจ.เรวัฒน์ เทพจักร พร้อมกับ สมาช้ิก อีกจำนวนหนึ่ง   
** วันนี้พระเจ้าเริ่มต้นให้กับคริสตจักรของเราด้วย อุปกรณ์ จำนวนเก้าอี้ เท่าที่เห็น เอาจักรเย็บผ้ามาเป็นธรรมมาส  แต่อยากพูดให้พี่น้อง ที่ได้เลือกที่จะมาเริ่มต้นที่ คจ.แห่งนี้ ได้เฝ้ามองและรอดูความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระพรที่พระองค์ได้จัดเตรียมไว้รอให้กับ คจ.แห่งนี้ และพระองค์ยังจะอวยพรอาชีพธุรกิจของพวกเราทุกๆคน ให้เจริญเติบโตเจริญรุ่งเรื่อง เพื่อที่พวกเราจะได้นำทศางค์มายังท้องพระคลัง เพื่อจะนำทรัพย์ที่เราถวายด้วยใจยินดีนี้ ไปขับเคลื่อนพันธกิจ ของพระเจ้าต่อไป...ขอบคุณพระเจ้า


ใช้เครื่องจักรเย็บผ้ามาดัดแปลงเป็นธรรมมาสไปก่อน


วันนี้ 6/10/2013
เป็นวันแรก ที่เปิดการนมัสการ ที่ คริสตจักรศรัทธาร่วมใจ Sattha Ruamjai Church
เทศนา โดยท่าน อจ.เรวัฒน์ เทพจักร์   (2ซามูเอล 5:1-5)
คริสเตียน หรือผู้นำ ผู้ปกครองที่ดีต้อง
1.ดาวิดได้ใจฝูงชน ได้ใจพี่น้อง ได้ใจสังคมที่ตนอยู่  ด้วยการรักและจริงใจต่อสู้ร่วมกัน
2.ดาวิดได้รับโอกาสจากพระเจ้า ดาวิดได้รับโอกาสจากพระเจ้าแม้เขาจะเป็นคนเลี้ยงแกะ แต่ไม่ยอมให้ใครตราหน้าว่าเป็นเด็กเลี้ยงแกะ  พระเจ้าให้โอกาสดาวิดมาเป็นถึงผู้นำระดับสูง เป็นกษัตรัย์อิสราเอล  แม้เขาจะไม้ได้อยู่ในสายตาของพ่อแม่หรือซามูเอลในตอนแรกๆ
3.ดาวิดให้โอกาสตัวเอง หลายคนได้ใจผู้คน และพระเจ้าก็หยิบยื่นโอกาสให้ทำงานใหญ่  แต่ส่วนตัวกลับไม่ได้ให้โอกาสตัวเองแจ้งเกิด ไม่ให้โอกาสในการที่จะรับใช้หรือทำงานใหญ่   ได้มีโอกาสพัฒนาของประทานจากพระเจ้า

 

 

ประวัติคริสตจักรศรัทธาร่วมใจ
คริสตจักรศรัทธาร่วมใจเปิดตัว และ เป็นการนมัสการครั้งแรก  วันอาทิตย์ที่ 6 /10/2013  โดยเริ่มจากอาจารย์เรวัฒน์ เทพจักร์ ได้ลาออกจากการเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรศิโยนกรุงเทพ หลังทำงานที่นั่น 2ปี  10 เดือน พระเจ้าทรงนำให้อาจารย์สามารถซื้อบ้านใหม่ที่เขตคลองสามวา      จากนั้นอาจารย์ก็ได้อธิษฐานอยากเห็นคริสตจักรเกิดขึ้นเพื่อคนในเขตคลองสามวา เขตคันนายาว  เขตมีนบุรี เขตบางกะปิ   เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวยังมีคริสตจักรไม่มาก  และผู้คนหิวกระหายพระเจ้า    

และวันที่ศุกร์ที่ 4 ตุลาคม  2013  เวลา 17.00น. อาจารย์เรวัฒน์ พร้อมกับภรรยา และน้องชายได้ตัดสินใจลาออกจากคริสตจักรที่เคยรับใช้ เนื่องจากเห็นว่าหากจะรับใช้ทำงานของพระเจ้าตามนิมิต  จึงได้ยื่นจดหมายขอลาออกมาเพื่อรับใช้พระเจ้าขยายงานไปที่แห่งใหม่ตามความฝันและนิมิตกับพระเจ้า
หลังจากที่ลาออกมาแล้วก็เริ่มอธิษฐานและตั้งชื่อคริสตจักรว่า  คริสตจักรศรัทธาร่วมใจ Sattha Ruamjai Church และได้เริ่มนมัสการพระเจ้าครั้งแรกในวันที่ 6 ตุลาคม 2013  โดยมีพี่น้องสมาชิกรวมทั้งหมด 8 ชีวิตมาร่วมนมัสการพระเจ้า และได้มีการถวายทรัพย์ครั้งแรกรวมเงินทั้งสิ้น 8,867 บาท

บันทึกโดยอาจารย์เรวัฒน์เกี่ยวกับการเริ่มต้นคริสตจักรศรัทธาร่วมใจ
เปิดใจทำไมถึงมาเปิดคริสตจักรใหม่


หลายท่านถามมาบ่อยๆว่า ถึงแม้จะผ่านมานานแล้ว   ซึ่งเป็นเรื่องธรรดาที่เพื่อนๆหลายคนก็คงแปลกใจว่า เห็นผมทุ่มเทกับงานของพระเจ้าที่คริสตจักรศิโยนกรุงเทพมากว่า2ปี7เดือน  อะไรเกิดขึ้นทำให้ผมตัดสินใจรวดเร็ว มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านั้นหรือไม่  จึงอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆได้รับทราบเป็นทางการ  เนื่องจากผมอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีมากว่า 10ปี  และต่อมาได้เข้ามาช่วยรับใช้ที่คริสตจักรศิโยนกรุงเทพ ซึ่งก่อตั้งโดยมิชชั่นเกาหลีใต้ เมื่อ22ปีที่ผ่านมาแล้ว     ผมได้เข้ามารับใช้ในฐานะศิษยาภิบาล  การเดินทางจากบ้านมาที่ทำงานคริสตจักรที่สุขุมวิท95/2  ถือเป็นอะไรที่ไกลมากจริงๆ  จึงได้ชวนพี่น้องอธิษฐานและโยกย้ายมาเช่าอยู่ที่ ถนนรัชดาภิเษก 36  ด้วยค่าเช่าเดือนละ23,000บาท   ราวๆปลายเดือนมกราคม2011  และได้ทำการปรับปรุงอาคาร 10วันเสร็จ   ในวันที่ 13กุมภาพันธ์ 2011 ก็ได้เข้ามานมัสการเป็นครั้งแรกที่ย่านรัชดาภิเษก  พระเจ้าทรงอวยพรงานต่างๆ โดยมีมีพี่น้องมารับเชื่อมากขึ้น และมีคริสเตียนหลงหายหลายคนก็มาร่วมนมัสการด้วย จนมีพี่น้องมานมัสการทุกอาทิตย์40-45คน   ส่วนผมได้รับใช้พระเจ้าที่นั่นแบบเย็บเต้นท์คือเลี้ยงชีพด้วยตนเอง   โดยมีภรรยาทำธุรกิจส่วนตัวขายสินค้าผ่านออนไลน์เพื่อสนับสนุนครอบครัว แต่พี่น้องที่นี่ก็มีน้ำใจและอยากมีส่วนในพระพรโดยคริสตจักรได้ให้เงินตอบแทนผมเดือนละ5000บาทและค่าน้ำมันรถ2000บาท   ซึ่งผมก็ยินดีรับด้วยการขอบคุณและด้วยความซาบซึ้งใจ 

เริ่มบุกเบิกคริสตจักรศรัทธาร่วมใจ
ในเดือน กุมภาพันธ์2012 พระเจ้าเมตตาให้ผมได้ไปซื้อบ้านเดี่ยว หมู่บ้านดุสิตแกรนด์ ปาร์ค  ถนนเลียบคลองสอง บางชัน  เขตคลองสามวาโดยการชักชวนของน้องในพระคริสต์ (ผป.เตฐะภัทร จันรักษา) การย้ายบ้านครั้งนี้ถือยิ่งเป็นการย้ายบ้านออกห่างจากคริสตจักรมากขึ้นกว่าเดิมที่อยู่จังหวัดนนทบุรี     และผมเดินเรื่องกู้ไว้กับธนาคารจนท้อถอยหมดใจ  โดยเริ่มยื่นเอกสารตั้งแต่เดือนธันวาคม2012กว่าจะธนาคารจะอนุมัติก็เดือนกุมพาพันธ์     คืนวันนั้นผมคุยกับภรรยาและตัดสินใจว่าเราไม่ซื้อแล้วจะยกเลิกแผนงานทั้งหมดเพราะทนไม่ไหวกับการรอคอยธนาคารที่ไม่อนุมัติสักที  ทำให้อึดอัด และเบื่อการรอคอย  โดยคิดไปว่าคงเพราะเราไม่มีเครดิตที่ดีพอ  และถ้าพระเจ้าไม่ให้ก็ไม่เอา    แต่รุ่งเช้าของวันต่อมาเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์มาแจ้งว่าธนาคารอนุมัติเงินกู้แล้วขอบคุณพระเจ้า   พระเจ้ามาในเวลาของพระองค์ มาทันเวลาจริงๆ   พระองค์ให้ผมสามารถซื้อบ้านเดี่ยวในราคาราวๆ 4ล้านบาท โดยยื่นกู้จากธนาคารเพียง2ล้านบาท    และในเดือนมีนาคม 2013 ผมได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ถนนเลียบคลองสอง บางชัน

เมื่อย้ายบ้านมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่  ก็เริ่มเกิดภาระใจกับจิตวิญญาณผู้คนในแถบนี้  ซึ่งจำนวนคริสตจักรในแถบนี้ก็ถือว่ายังมีน้อย  ผมจึงได้แบ่งปันกับพี่น้องหลายคนว่า หากเป็นไปได้ผมอยากจะมีส่วนเริ่มคริสตจักรในบริเวณนี้  หรือหากไม่ได้เริ่มเองก็อยากหาเพื่อนมิชชั่นนารีมาบุกเบิกในแถบนี้    ผมเห็นผู้คนที่หิวกระหายพระเจ้า  เท่าที่ได้มีโอกาสเป็นพยานแบ่งปันเรื่องราวพระเจ้ากับคนในแถบนี้  ในหมู่บ้านนี้มีหมู่บ้านผุดขึ้นเต็มไปหมดเพื่อรองรับรถไฟฟ้า  แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่คำภาวนาอธิษฐานกับพระเจ้าเงียบๆเท่านั้นเอง   

ในเดือนกันยายน 2013  ผมเริ่มอธิษฐานมากขึ้นเรื่อยๆ และเห็นปัญหาด้วยระยะทางที่ไกลจากคริสตจักรศิโยนกรุงเทพกว่า 25 กิโลเมตร  ทำให้ไม่สะดวกด้วยการเดินทางไปทำงานหรือเลี้ยงดูพี่น้อง ในการมาประชุมอธิษฐาน  และเชื่อว่าหากผมและครอบครัวลาออกมาทำคริสตจักรใหม่เอง   ก็คงไม่ส่งกระทบต่อคริสตจักรเดิมมากนัก  เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้ในคริสตจักรผมและทีมงานก็ได้จัดซื้อไว้เกือบทั้งหมดแล้ว  พร้อมเงินถวายอีกกว่า 2แสนบาทก็มีไว้ในบัญชีธนาคารคริสตจักร   และโดยศักยภาพของพี่น้องที่ศิโยนกรุงเทพก็คงสามารถเดินหน้าต่อไปได้ถึงแม้ไม่มีผมและครอบครัวทำงานประจำที่นั่น    และข้อดีก็จะทำให้คนในย่านเขตคลองสามวาได้มีคริสตจักรใหม่ๆเกิดขึ้นด้วย  อธิษฐานกับในเรื่องนี้อยู่ไม่ถึง2อาทิตย์   จึงได้ตัดสินใจว่า  จะขอลาออกจากการทำงานที่คริสจักรศิโยนกรุงเทพ เพื่อไปทำงานบุกเบิกแผ่นดินของพระเจ้าแห่งใหม่เองกับลูกๆ        


ผมได้ยื่นจดหมายลาออกจากคริสตจักรศิโยนกรุงเทพ และมอบหน้าที่ต่างๆให้คณะผู้ปกครองให้ดูแลต่อไป และตั้งใจจะเริ่มจัดนมัสการพระเจ้ากับครอครัวที่บ้านไปก่อน      แต่ก็มีพี่น้องสมาชิก 6-7คนเมื่อทราบว่าผมได้ลาออกเพื่อมาเริ่มคริสตจักรใกล้บ้านของผมก็ได้อาสามาช่วยงานใหม่ด้วย และได้เริ่มต้นนมัสการพระเจ้าครั้งแรกที่บ้านใหม่ของผม  ในวันที่ 6 ตุลาคม 2013      

การเริ่มต้นคริสตจักรใหม่
ผมไม่ได้รีรอ จึงตัดสินใจเริ่มต้นนมัสการพระเจ้าที่บ้านกับครอบครัว   โดยตั้งชื่อคริสตจักรใหม่นี้ว่า  คริสตจักรศรัทธาร่วมใจ มีความหมายว่าผู้เชื่อถือในพระเจ้าผู้เห็นนิมิตและฝันร่วมกัน โดยปรารถนาที่จะเห็นคริสตจักรที่มีสง่าราศีเกิดขึ้นในเขตคลองสามวา    ระยะแรกๆเราได้ใช้ห้องรับแขกที่บ้านของเราเพื่อใช้นมัสการพระเจ้า    โดยมีพี่น้อง 10-12คนมาร่วมด้วย        

ในเดือนพฤจิกายน 2013 ผมได้เริ่มต้นขับรถหาเช่าสถานที่ในเขตคลองสามวา  เพื่อสร้างอาคารคริสตจักรบนเนื้อที่ 1 ไร่   ทั้งๆที่เราไม่มีเงินทุนแม้กระทั่ง 1หมื่นบาทเลย  แต่ก็หาเช่าที่ดินนั้นโดยความเชื่อ   จนกระทั่งเราได้พบที่ดินแปลงหนึ่ง 300 ตารางวาในซอยรามอินทรา109  พวกเรารู้สึกตื่นเต้นอยากเห็นสถานที่นมัสการพระเจ้าเกิดขึ้น   แต่เราก็ยังไม่มีเงินเลยในการไปทำสัญญาเช่าที่ดินซึ่งต้องใช้เงินกว่า 70,000บาท   ค่าเช่าที่ดินเดือนละ 15,000บาท      และพวกเราก็พยายามถวายกันอย่างเต็มกำลัง   ได้เงินมาเป็นทุนราวๆ3-4หมื่นกว่าบาท  ก็ยังถือว่าไม่เพียงพอกับเงินค่ามัคจำที่ดิน  และเงินที่จะเริ่มสร้างอาคารใหม่กว่า 1 ล้านบาท       พวกเราคุยกันว่า เราอยากได้เงิน4แสนบาทเพื่อการเริ่มต้นเช่าที่ดิน  และสร้างอาคารคริสจักรแบบบ้านน๊อคดาวน์ไปก่อน  ค่อยๆสร้างไปเรื่อยๆ  นี่คือสิ่งที่เราตั้งใจไว้   เราไม่รู้จะหันไปหามิชชั่นองค์กรไหนดี    

ตัดสินใจขายรถเพื่อสร้างคริสตจักร
ทั้งคืนผมนอนไม่ค่อยหลับเพราะความกังวลใจถึงงบประมาณที่จะสร้างคริสตจักรใหม่  ซึ่งต้องมีเงินทองไม่น้อย  หากจะหาเช่าตึกแถวเพื่อทำคริสตจักรก็ดูไม่มีสง่าราศี  และไม่สะดวกเลย     แต่หากจะเช่าที่ดินและสร้างก็ต้องมีเงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท       ผมลงมาอธิษฐานตอนเช้าตรู่กับพระเจ้าลำพังเพื่อแสวงหาความชัดเจนจากพระเจ้า  และขอการรับรองพิเศษจากพระเจ้า    พระเจ้าหนุนใจว่าผมต้องเริ่มเสียสละตัวเอง  ผมก็อธิษฐานกับพระเจ้าว่าผมจะต้องเสียสละอะไรอีกหรือ  ผมก็ถวายตัวรับใช้พระองค์แล้วนะ  เดินออกมาจากจากบ้านเมืองที่เชียงรายเพื่อรับใช้  ผมต้องเสียสละคนเดียหรือ....    การสร้างคริสตจักรใหม่ต้องเป็นหน้าที่ของพระองค์    แต่หากจะให้ผมเริ่มสร้างคริสตจักรใหม่ผมจะเอาเงินมาจากไหน   ผมถามพระเจ้าจริงๆแบบนี้เลย....    พระเจ้าให้ผมเดินออกไปหน้าบ้านเห็นรถจอดอยู่ในโรงจอดรถ    ผมรู้สึกเหมือนกับว่า พระเจ้ากำลังจะบอกผมว่ารถคันนี้ไง.... ซึ่งผมคิดอยู่นานว่าแล้วผมจะเอารถที่ไหนขับไปส่งลูกไปโรงเรียน      

ผมตัดสินใจว่าถ้าพระเจ้าต้องการผมก็ยอม    ผมเดินเข้าไปในห้องเอากล้องถ่ายภาพรถคันนั้นขึ้น FB เพื่อประกาศขายทันทีในราคา 4แสนบาท  ผมรอภรรยาตื่นมาและอยากบอกเขาเรื่องเหล่านี้   ผมรู้สึกกลัวที่จะบอกเช่นนั้น และรู้สึกเกรงใจเขาที่จะบอกว่าผมตัดสินใจจะขอขายรถเก๋งวีออสเพื่อสร้างโบสถ์  


แต่เมื่อผมได้เล่าให้ภรรยาฟังว่าเราจะขายรถคันนี้ของเราเพื่อสร้างคริสตจักร ขอบคุณพระเจ้าภรรยาก็เห็นชอบด้วยทุกประการ  เขาไม่พูดอะไรแต่เชื่อว่าเขาไม่ขัดข้องอะไร   นี่คือพระคุณพระเจ้า   สายๆของวันนั้นเราสองคนพากันขับรถออกไปตามเต้นท์รถหรือบริษัทโตโยต้าเพื่อขายรถคันนี้  แต่ละแห่งก็กดราคารถของเราเหลือเพียงแค่ 250,000บาท   เรารู้สึกแย่มากๆ  รถเก๋ง5ปี ราคาเท่านี้เองหรือ   จริงๆตอนนั้นรู้สึกขุ่นเคืยงในใจกับคนที่ตีราคารถเก๋งของเราแสนถูกมากๆ  และขับออกมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง       


ยังไม่หยุดที่จะหาทางออก
เราจึงเปลี่ยนแผนการใหม่ว่า   จะลองไปยื่นกู้ธนาคารเพื่อเอาเงินมาสร้างคริสตจักร   ในวันต่อมาผมมก็ได้เตรียมเอกสารต่างๆ และจดหมายรับรอง  จากบริษัทที่เราเป็นตัวแทนขายสินค้าผ่านออนไลน์   และพาภรรยาไปที่ห้าแยกปากเกร็ดเพื่อยื่นเรื่องกับธนาคารธนชาต   เมื่อเรายื่นเอกสารต่อฝ่ายสินเชื่อที่นั่น   เขาบอกว่าโดยดูจากเอกสารคงไม่ผ่านครับเพราะว่าอาจารย์ทั้งสองพึ่งยื่นกู้เงินซื้อบ้านไป2ล้านบาทไม่กี่เดือนนี่เอง    เราหันมาดูหน้ากันเองรู้สึกผิดหวังมากๆ  เป็นการผิดหวังครั้งที่สอง   แต่วันนั้นเราก็เตรียมทะเบียนรถไปด้วย โดยวางเอกสารต่างๆไว้บนโต๊ะฝ่ายสินเชื่อ   เมื่อเขาเห็นทะเบียนและถามว่า ทำไมไม่เอาทะเบียนรถเก๋งของอจารย์มาขึ้นเงินกับธนาคารดู ผมก็เลยบอกเขาว่าทำได้ด้วยหรือ  เขาก็เลยคีย์ข้อมูลดูว่ารถปี2008ราคาน่าจะได้สักเท่าไร     และทันใดเขาบอกว่าน่าจะสามารถกู้ได้ 4 แสนบาท " โอ้พระเจ้า"  
นั่นมันคือยอดเงินในใจที่พวกเราต้องการเลยนะเนี้ยผมคิดตอนนั้น  ขอบคุณพระเจ้า.... เราทั้งสองก็กลับมาบ้าน  และรอคอยธนาคารอนุมัติอีกอาทิตย์กว่าๆ  ลุ้นแทบตาย.....    

ในที่สุดกลางเดือนพฤศจิกายนพระเจ้าให้เราได้พบที่ดินแปลงหนึ่ง 114 ตารางวา ติดถนนรามอินทรา109 ค่าเซ้งที่ดิน 160,000บาท  และค่าเช่ารายเดือน 3,000บาท   เมื่อเราเข้าไปดูสถานที่รู้สึกว่าพระเจ้าทรงนำหลายประการ  รู้สึกสบายใจ  มั่นใจบอกไม่ถูก  ขอบคุณพระเจ้ากลางเดือนพฤศจิกายนธนาคารก็ได้โอนเงินกู้ให้กับเราจำนวน 375,000บาท (ถูกหักไป2หมื่นกว่าบาทค่าประกันชั้นหนึ่ง และค่าธรรมเนียมต่างๆ )

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2013 เราก็ได้พากันไปทำสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว    และวันที่ 25 พฤศจิกายนก็ได้เริ่มว่าจ้างช่างไปก่อสร้างอาคาร  การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นโดยช่างก็ได้เข้าไปทำงานอย่างแข็งขัน เร่งให้เสร็จทัน 22 ธันวาคม 2013 เพื่อฉลองคริสต์มาสแรกที่นี่    เมื่อเราเข้าไปก่อสร้าง  งบประมาณที่วางไว้ก็บานปลาย  ค่าแรง115,000บาท  ค่าเซ้งที่ดิน 160,000บาท ค่าเปลี่ยนมือเช่าที่ดิน 20,000บาท  เทศกิจและโยธามาคุยด้วยและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม....  รวมถึงค่าซื้อวัสดุอีกกว่า 300,000บาท  งบประมาณเหล่านี้ยังไม่รวมเครื่อดนตรี ผ้าม่าน วอลเปเปอร์  ระบบไฟฟ้าภายใน  เครื่องปรับอากาศ5เครื่อง   โต๊ะเก้าอี้   โปรเจคเตอร์    ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นกว่า 750,000บาท    


ด้วยงบประมาณที่บานปลายทำให้ผมเครียดมาก  และไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครได้  ในการก่อสร้างครั้งนี้เราไม่ได้รับเงินถวายจากต่างประเทศแม้แต่บาทเดียว  เรายังขาดเงินกว่า 3แสนบาท  เราก็อธิษฐานกับพระเจ้าบอกปัญหานั้น   แต่ก็เป็นอะไรที่ทรมานที่สุดเพราะขณะที่รอคอย  ค่าใช้จ่ายก็เข้ามาทุกวัน   
เปิดบริษัทใหม่ ชื่ออาบอจิ จำกัด
ผมและภรรยาค้าขายผ่านออนไลน บางเวลาก็ขายของดีมากๆ   แต่ระยะหลังมีการประท้วงทางการเมืองบ่อยๆทำให้ยอดขายของเราตกเท่าตัว  แต่ผมก็หวังใจว่าทุกอย่างจะก้าวไปด้วยดี    ผมอธิษฐานและตัดสินใจเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อพัฒนาธุรกิจเพื่อพันธกิจ   และค้าขายโดยเสียภาษีอย่างถูกต้อง      จึงเตรียมเปิดบริษัทชื่อว่า อาบอจิ จำกัด ซึ่งชื่อนี้แปลว่าคุณพ่อ หรือพระบิดาเจ้า   ในวันที่5 ธันวาคม 2013 วันพ่อแห่งชาติ ผมได้เชิญเพื่อนๆมานมัสการที่บ้านและเปิดบริษัทใหม่   มีเพื่อนๆกว่า 20คนมาร่วมในครั้งนั้น และในวันเดียวกันนั้น    พระเจ้าเทพระพรและคำตอบมาให้  พระเจ้าส่งคนมาซื้อบ้านของเราที่จังหวัดนนทบุรี ในราคา 2,400,000บาท  บ้านหลังนี้ผมประกาศขายมาแล้ว3ปี  แต่ยังขายไม่ได้      แต่วันนี้พระเจ้าเปิดไม่มีใครปิดได้  ทำให้เราขายบ้านได้ในเวลาที่เหมาะสม   เราจึงสามารถมีส่วนหนึ่งเพื่อถวายสิบลด  และอีกส่วนเพื่อสำรองจ่ายรายการต่างๆได้    

พวกเราก็ได้สร้างคริสตจักรศรัทธาร่วมใจเสร็จภายใน 25 วัน และงบประมาณ 800,000บาทถึงแม้จะยากลำบากและด้วยน้ำตาไหล  แต่พระเจ้าก็ส่งความช่วยเหลือมาทันเวลาเหลือเกิน  ทุกอย่างลงตัว ทุกอย่างอยู่ในเวลาของพระเจ้าจริงๆ  คนที่มาซื้อบ้านของเราที่นนทบุรีเล่าว่า  เขาพยายามติดต่อเรานานแล้วแต่ติดต่อไม่ได้สักที  และเมื่อเขาติดต่อได้เขาตัดสินใจซื้อทันที   ทั้งๆที่เขามองบ้านอีกหลังไว้แล้ว  เห็นไหมว่าพระเจ้าแสนดีจริงๆ    พระเจ้าสอนให้ผมรู้ว่า เราทำงานของพระเจ้า เราต้องไม่กลัวเพราะพระเจ้าจะไม่ปล่อยให้งานนั้นหยุดกลางคันอย่างน่าอับอาย  แต่พระเจ้ามีทาง   เมื่อเรามีใจ



คริสต์มาสแรก  22 ธันวาคม 2013
เราติดระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศ และเตรียมงานต่างๆเสร็จ 23.00น.ของวันที่ 21 ธันวาคม 2013  พวกเราได้เชิญแขกมาร่วมงานคริสต์มาสกว่า 80คน  ทางบริษัทอาบอจิ ได้เป็นเจ้าภาพถวายโต๊ะจีนเพื่อขอบคุณพระเจ้า     พี่น้องต่างตื่นเต้นในพระคุณของพระเจ้า  งานคริสต์มาสเป็นที่ประทับใจของผู้คนมากมาย  หลายคนแวะมาทักทายพูดคุยกับเราหน้าคริสตจักรเมื่อเห็นอาคารที่สวยงาม   นอกจากนี้เรายังมีเด็กๆมากกว่า 40คน  มาร่วมคริสต์มาสกับพวกเรา  ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2013

ทั้งหมดทั้งสิ้นเหล่านี้โดยพระคุณพระเจ้าเท่านั้นที่ทำให้พวกเราสามารถทำได้ แม้ว่าเราจะมีสมาชิกที่ร่วมกันเพียงแค่ 13-14คนเท่านั้น   ท่ามกลางภาวะที่เราไม่มีทางออก    ไม่มีเงิน    ไม่มีเพื่อนคนใดช่วยเหลือทางการเงิน   เรามีพระเจ้าที่ยังคอยสนับสนุนให้เราทำได้  ผ่านได้    ความช่วยเหลือของพระเจ้าไม่ได้มาสายเลย    ทันเวลาเสมอ    นี่คือก้าวแรกของการเดินทางแห่งความเชื่อในการทำการของพระเจ้า  ต่อๆไปก็ยังต้องพึ่งพาพระคุณพระเมตตาของพระเจ้าต่อไป.....

นี่คือก้าวแรกของความเชื่อ  เราจะยังคงพึ่งพาพระองค์  รับใช้ถวายตัว จนกว่าวันสุดท้ายของเราในโลกนี้  ผมบอกน้องเสมอๆว่า หากผมจากไปก่อน ที่คริสตจักรอันใหญ่โตยังไม่สำเร็จ  ขอลูกหลาน ขอน้องๆสานต่อ  ทำต่อไปสานต่อนิมิตนี้   เป็นอีกความภาคภูมิใจที่ได้ถวายงานต่อพระเจ้า  แม้จะเริ่มต้นเล็กๆ แต่พร้อมที่จะทำงานใหญ่ของพระเจ้า    ฝากพี่น้องอธิษฐานเผื่อพันธกิจในการนำผู้คนในเขตนี้กลับมาหาพระเจ้าเที่ยงแท้ด้วย